The Impossible

posted on 23 Feb 2009 23:55 by billbobomby

น้ำแข็งใส...

เคยเจอคนแบบนี้มั้ย...คนที่ชอบพูดถึง ความเป็นไปไม่ได้ ในสถานการณ์ต่างๆ

เค้าเคยเจอนะ แต่ไม่บ่อยนัก

เพียงแค่ แต่ละครั้งที่ได้พบเจอนั้น เค้าจะรู้สึกไม่ Happy กะบทสนทนา ระหว่างเค้าและคนคนนั้น

อย่างเช่นวันนี้เป็นต้น...

วันนี้ เค้าเข้าไปทำงานกลุ่มที่คณะ วิชาที่มีกัน 3 คนรวมเค้าด้วย

จำ นาย ก. ได้มั้ย คนที่เค้าบอกว่า น่ากลัวๆ

วันนี้เค้าเพิ่งได้สัมผัสว่า นอกจากนาย ก. จะน่ากลัวด้วยพฤติกรรมหรือความคิดแปลกๆแล้ว

นาย ก ยังเป็น "ยอดมนุษย์ The Impossible" ด้วย

ไม่ใช่ วงดนตรี นะคะ แต่เป็นคนที่มักคิดว่า อะไรๆ ก็เป็นไปไม่ได้หรือยากนักแล

บทสนทนาวันนี้ของเรา เกิดขึ้นเพราะเราต้องวิเคราะห์เคสด้วยกัน แล้วList ปัญหาทัั้งหมดเท่าที่จะได้ แล้วเสนอทางแก้ในทุกๆปัญหานั้น

ปัญหาของ นาย ก คือ  ทุกปัญหาที่ List ขึ้นมา แทบไม่มีทางแก้...

ปัญหาของเค้าคือ จะทำยังไง ให้ นาย ก เข้าใจ ว่าทุกปัญหา มีทางแก้เสมอ

ทุกครั้งที่ทำงานด้วยกัน นาย ก ชอบพูดเสมอ ว่า "ยากมาก/คิดไม่ออกเลย/ติดมาตั้งนานแล้ว"

ขอถอนหายใจดังๆอีกครั้ง

เฮ้ออออออออออออออออออออออออ

.....

จริงๆแล้ว นาย ก จะคิดหรือเป็นคนแบบไหนนั้น ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับชีวิตเค้าเท่าไหร่นัก

ปัญหาคือ เค้ามักรู้สึกไม่ดี หรือกระอักกระอ่วนเสมอ ที่ต้องทำงาน หรือคุยกะ ยอดมนุษย์ The Impossible

มันรู้สึก ห่อเหี่ยว เหนื่อยล้า โลกมันหมองหม่น...

เว่อร์มั้ย ??

แต่วันนี้เค้ารู้สึกแบบนั้นจริงๆนะ เวลาได้ยินเค้าพูดว่า "ไม่มีทาง หรือ เป็นไปไม่ได้"

ชีวิตจะมีอะไรอีก ถ้าอะไรๆก็เป็นไปไม่ได้

.....

มีตลกร้ายมาเล่าให้ฟัง

หลังจากที่เราตกลง จะต่างคนต่างทำงานนี้ เพราะนาย ก ได้ทำส่วนของตัวเองเสร็จแล้ว เรา 3 คนจึงคุยถึงวิชาในเทอมหน้าที่น่าจะลง...

นาย ก สนใจลงวิชา Franchise Mangement ขณะที่เค้ากะ พี่กิ๊ฟฟี่ สนใจลงวิชา Consumer Behavior, Service Marketing

นาย ก เล่าให้ฟังว่า เค้าอยากเรียน FM เพราะเค้าอยากเป็นเจ้าของกิจการ อยากซื้อ Franchise ดีๆมาเปิด

เค้าก็เลย "แกล้ง" ถามไปว่า ถ้าซื้อแล้วจะเรียนทำไม เพราะยังไงๆ เจ้าของ Franchise ก็ไม่ให้แตะต้อง Brand เค้าหรอก เรามีหน้าที่จ่ายตังค์ กะเก็บตังค์อย่างเดียว

(แต่จริงๆเค้าก็ไม่รู้หรอก ว่าซื้อ Franchise มาแล้วบริหารได้เองหรือป่าว)

นาย ก เลยตอบว่า "เอ้อ ถ้าเป็นไปได้ ผมก็จะสร้าง Franchise ของตัวเองขึ้นมา...ถ้าผมมีปัญญานะ"

เค้าก็หลุดหัวเราะ ก๊าก ออกมาเลย 5555

เฮ้ออ อะไรๆก็เป็นไปได้ยากจริงๆ หรือเป็นไปไม่ได้เลย สำหรับ นาย ก กระมัง

.....

หวังว่า ชีวิตของเรา คงมีแต่ความเป็นไปได้นะคะ

ขอให้โลกกว้างขึ้น

.....

ระเบิดนิวเคลียร์

 

 

 

 

 

ความรักกับธาตุเหล็ก

posted on 17 Feb 2009 16:41 by billbobomby

ความรักก็เหมือนธาตุเหล็ก...

ที่ถ้าอยู่กระจัดกระจายอยู่ใต้โลก ก็ไม่สามารถใช้ความแข็งแกร่งในตัวที่มี สร้างประโยชน์ต่อโลกได้

แต่ถ้าถูกนำมาหลอมรวมเข้าด้วยกันเมื่อใด ความแข็งแกร่งก็จะเป็นที่ประจักษ์ และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อโลกนี้มากมาย

ความรักก็เช่นกัน...

ที่ถ้าอยู่อย่างกระจัดกระจายบนโลก รักเพียงแต่ตัวเองอย่างโดดเดี่ยว

ก็คงไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อโลกนี้และคนรอบข้างซักเท่าไร

แต่ถ้าหลอมรวมเข้ากับผู้อื่นเมื่อใด ด้วยการแบ่งปันความรักที่มี สร้างพันธะให้แก่โลกที่รายรอบตัว

คงก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากมายมหาศาลเป็นแน่

ความรักก็เหมือนธาตุเหล็ก...  

Investment

posted on 16 Feb 2009 00:21 by billbobomby

การลงทุนในความรัก เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด

ถึงแม้เราจะไม่ได้อะไรกลับมา...

หมายเหตุ: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษา "หัวใจ" ของตนก่อนการลงทุนทุกครั้ง

ไตรมาสแรกของชีวิต

posted on 14 Feb 2009 18:17 by billbobomby

ถ้าคนเรามีอายุเฉลีย 100 ปี

วันนี้ ชีวิตเค้าก็ผ่าน ไตรมาสแรก มาแล้ว...

ถ้าชีวิต มีการบริหารจัดการเหมือนการบริหารธุรกิจ

วันนี้ เค้าคงต้องประชุม เพื่อดูผลการประกอบการของชีวิตไตรมาสแรกที่ผ่านมา

แล้วผลประกอบการเป็นไงบ้างละ ?

เกิดมา ก็เรียนๆๆๆ จนถึงอายุ 21 (ตอนนี้ก็กลับมาเรียนอีกแล้ว)

เสียดาย ที่ตอนเรียน ไม่ได้ทำอะไรหลากหลายกว่านี้ หวังว่า ไตรมาสแรกนี้ จะยังไม่สาย ที่จะลองหาประสบการณ์ใหม่ๆให้ชีวิต 

หลังจากเรียนจบ ก็ทำงานในสายที่เรียนมา จนพบว่าชีวิตที่ตัวเองต้องการ ไม่ใช่ชีวิตแบบนั้น

จึงต้องตัดสินใจเลือก ว่าจะเลือกชีวิตที่มั่นคง และได้รับการยอมรับนับถือ แต่อาจไม่มีความสุขกับธรรมชาติของงานมี่มันเป็น และที่ไม่ได้ทำตามความฝัน

หรือจะเลือกล้มลุกคลุกคลานซักพัก เพื่อไปลองตามหาความฝัน อาจไม่สำเร็จ แต่อย่างน้อยก็ได้ลอง

แน่นอน เค้าเลือกข้อสอง...

ตัดสินใจแบบค้านสายตา ประชาชนทั่วไป มากมาย แต่เค้ารู้ดี ว่าตัวเองต้องการอะไร ใครจะมองยังไง เค้าก็พยายามไม่สนใจ และเดินหน้าต่อไป แม้จะไม่รู้ว่าข้างหน้าเป็นอย่างไร

ถ้างั้น เค้าถือว่า เรื่องหน้าที่การงาน สอบไม่ผ่านละกัน ณ ไตรมาสแรก

ส่วนเรื่องอื่นๆ เค้าก็ Happy ดี

แม้จะมีทั้งสุข ทุกข์ ปนๆกันไป แต่รวมๆแล้ว ก็ถือว่ามีความสุขดี

เพื่อนฝูงก็ยังอยู่กันครบ และยังมีเพื่อนดีๆมากขึ้นทุกๆวัน

โดยเฉพาะปีนี้ ได้มารู้จัก เพื่อนใหม่ 1 คน ที่ช่วยเปิดโลกของเค้าให้กว้างขึ้น อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

(แถมยังมี Blog ที่ได้เขียนด้วยกันอีกต่างหาก หุหุ ปลื้ม Sensitive สุดๆ) 

แม้เราจะรู้จักกันมานาน แต่ปีนี้เป็นปีที่เราได้รู้จักกันมากขึ้นเยอะ ก็หวังเสมอว่า เราจะยังรักษาความผูกพันที่มี ไว้ตลอดไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

Happy กับสิ่งที่เป็น และหวังว่าหนทางจะเปิดกว้างเสมอ

ต่อให้ ตกน้ำ ลุยไฟ ข้ามภูเขา ก็จะขอเดินหน้าต่อไป...นะ

...

Valentine สำหรับเค้า...ก็แค่วันนึง ที่วันเวลา ได้ผ่านมาบรรจบครบอีก 1 วัน

ไม่รู้ว่าอีก 25 ปีข้างหน้าจะเป็นยังไง  ไม่รู้ว่า ไตรมาสที่สองของชีวิตจะมีอะไรให้ประเมิน ไม่รู้ว่าจะยังมีโอกาสได้ประเมินอีกหรือไม่ 

และไม่รู้ว่า เราจะเป็นแบบไหน

สำหรับเค้า ความหวัง ยังเป็นสิ่งที่ทำให้เค้าเดินหน้าต่อไป...

หวังว่า Valentine นี้ เราจะมีความสุขนะ...

^^ 

ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆที่มีให้กันนะคะ 

คิดถึงเสมอ

ระเบิดนิวเคลียร์ 

 

 

 

 

 

Purchasing Power < Money Power

posted on 11 Feb 2009 18:07 by billbobomby

เงินไม่ใช่ "ทุกสิ่งทุกอย่าง"

เงินเป็นแค่ให้ "เครื่องมือ" ในการเป็นเจ้าของ "ทุกสิ่งทุกอย่าง" ที่เราอยากได้

อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่ระวัง เงินก็หักหลังเรา

จากที่เคยเป็นแค่เครื่องมือตอบสนองความต้องการของเรา

เงินเปลี่ยนสถานะของตัวมันเอง กลายมาเป็น "ทุกสิ่งทุกอย่าง"

แทนที่เราจะใช้มัน เพื่อครอบครอง ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เราอยากได้

เรากลับเห็นมันเป็นทุกสิ่งทุกอย่างเสียเอง

บางคนจึงมีความสุข ที่เห็นมันนอนกองอยู่ใน สมุดบัญชี โดยที่่เราไม่สามารถจับต้องมัน

แทนที่จะใช้มันเพื่อหาความสุข กลับมีความสุขที่ได้หามัน

บางคนหาเงินทั้งชีวิต เพียงเพื่อ "หวังว่า" จะได้ใช้มัน หา "ทุกสิ่งทุกอย่าง" ที่เคยวาดฝันไว้

กระนั้น บางคนก็ยังไม่ได้มา

เพราะเมื่อถึงเวลานั้นๆ คนเหล่านั้นกลับ เสียดายเงิน ที่อุตส่าห์หามาได้

แล้วตกลง หาเงินกันทำไม ?

....

ธรรมชาติของเงินนั้น เป็น "กระแส" ไหลผ่านชีวิตของเรา เข้ามา แล้วก็ออกไป

สำหรับบางคน เงินเป็นเหมือนน้ำ ไหลผ่านมาให้ชื่นใจ มีความสุขในระหว่างที่มันวิ่งผ่านร่างกายไป

แต่สำหรับบางคน เงินเป็นเหมือน ไฟฟ้า เมื่อไหลผ่านออกไป ก็ทิ้งไว้แต่ซากศพที่ไหม้เกรียม

....

เงินจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างหรือไม่ใช่

สุดท้าย ก็อยู่ที่แต่ละคน

ว่าจะให้เงินเป็นแค่เครื่องมือ เป็นเหมือนน้ำ ที่ทำให้เรามีความสุขเมื่อได้บริโภคอุปโภค

หรือจะให้เป็นเจ้าของชีวิต ที่ต้องทั้งใช้ชีวิตเพื่อแลกมันมา 

I am ME...!!!

posted on 10 Feb 2009 17:16 by billbobomby
เค้าเอง...น้ำแข็งใส ^^
 
จากการที่หายหน้าไปนาน น๊าน นาน - -"
 
ก้อรู้ ๆ กานอยู่ ว่า ยุ่ง แค่ไหน
 
I am ME..!!
 
( เพราะชั้น คือ ชั้น )
 
ชั้น คือ คัยนะเหรอ
ไม่รู้ซิ
?-?
 
บางครั้ง การที่เราเปนคัย
มันขึ้นอยู่กับอะไร
 ขึ้นอยู่กับคำนิยามที่คนรอบข้างมองเราเหรอ ?
 
ไม่ใช่หรอก
 
จิงมั้ย !!
 
เรา คือ คัย
ตัวเราต่างหากที่ตอบคำถามนี้ได้
ไม่มีคัยรู้จักตัวเรา เท่า เราเองอีกแล้ว
 
อย่าปล่อยให้คนรอบข้างมาเบียดบังความเปนตัวเรา
จงเปนเราที่เปนเรา
อย่าทุกข์ที่เกิดมาเปนเรา
จงมีความสุขที่เกิดมาเปนเรา
 
แล้วเราจะพบความสุขด้วยตัวเราเอง
 
ความสุขมันอยู่รอบ ๆตัวเรา
เพียงแต่เราจะมองเห็นมันมั้ย
แึ่ค่นั้นเอง..!!!
 
ชีวิตก้อแค่นี้ คิดมากไปก้อเท่านั้น
เอาเวลาที่เปนทุกข์มาใช้ให้เกิดความสุขมันดีกว่ากันเยอะเลย
 
จิงมั้ย..++
 
อย่าเสียเวลามานั่งคิดเลย
ว่า
เราอยากเปนอย่างนั้น
อย่างเปนอย่างโน้น อยากเปนอย่างนี้
มันไม่มีอะำำไรดีขึ้นหรอก
เชื่อเถอะ...!!
 
เอาเวลามานั่งคิดดีกว่า
ว่าความสุขของเรา
เราหามันไำด้จากไหน
อย่ารีรอที่จะไขว่คว้าความสุข
บางครั้งเราอาจได้มันมาง่ายกว่าที่คิดก้อได้
คัยจะรู้
ถ้าเราฟังเสียงของตัวเราเอง
 
ว่าเราต้องการอะไร
"อะไีีร" ที่เปนความสุขของเรา
 
happy 
^_____________^
 
Ps. ความสุขนั้นไซร้ อยู่ที่สายตาคนมอง..^^
 
น้ำแข็งใส....
 
 

ธรรมดา ที่ไม่ ธรรมดา

posted on 24 Dec 2008 22:31 by billbobomby

ถึงน้ำแข็งใส

รู็สึกว่า เราจะเจอสถานการณ์คล้ายๆกันนะคะ นั่นคือ บางครั้งความ "ธรรมดา" ของเรา อาจเป็นความ "ไม่ธรรมดา" ของคนอื่น...

บางครั้งบางคราวคำว่า "ธรรมดา" กับคำว่า "มาตรฐาน" ก็มีแค่เส้นบางๆคั่นอยู่อะจ้ะ  ดังนั้น จึงมักมีการถกเถียงเรื่องนี้กันอยู่เสมอๆ ธรรมดาของคนอื่นอาจจะพิเศษสำหรับเรา หรือธรรมดาของนู๋ อาจเป็น Amazing ของเค้าก็ได้ 5555...

อย่ากระนั้นเลย เค้าพอมีคำอธิบายกับสิ่งที่เกิดขึ้นกะนู๋วันนี้นะคะ

เรื่องแรกคือ ธรรมชาติของคนไทยเป็นพวกที่ชอบอยู่กันเป็นกลุ่ม (Collectivism) เพราะฉะนั้น เค้าจึงคาดหวังให้ทุกๆคน ทำอะไร คิดอะไร และเป็นอะไร ที่เหมือนๆกัน เช่น คนเรียนเก่งต้องอ่านหนังสือเยอะๆ ต้องไม่ติด Pocket book ต้องไม่ติด Series ต้องติด Text book เท่านั้น (อันนี้ให้เอา ส้มเป็น Model นะคะ อาจจะพอเห็นภาพได้ชัดขึ้น) หรือ อาจจะมองได้จากอาการ "เห่อ" ของคนไทย เช่น หนาวต้องขึ้นดอย (ไปทะเลไม่สบายกว่าเหรอ ไม่ร้อนมากด้วย) หรือ ต้องไปเบียดเสียดเยียดยัดกันในลานเบียร์ Open Air (แหะๆ อันนี้เค้าก็เป็นนะ)

โดยสรุปคือ ถ้าคนส่วนมากไปทางไหน ทางนั้นคือทางที่ถูก โดยไม่ต้องคำนึงถึงผลลัพธ์ว่าอาจจะดีเท่ากัน หรือดีกว่า...

เพราะฉะนั้น บางครั้ง ความเป็นตัวเรา ซึ่งไม่เหมือนกับที่คนส่วยมากเป็น จึงมักโดน "จับจ้อง" อยู่เสมอ...

เรื่องที่สองคือ การรักษาความเป็นตัวเองคะ ถ้าเป็นสังคมของคนอังกฤษ หรือ อเมริกัน เค้าก็จะไม่สนใจคนอื่น สนใจแต่ตัวเอง จึงเ็นตัวของตัวเองกันเต็มที่ ในขณะที่บ้านเรา หรือ ญี่ปุ่น มีขนบธรรมเนียม หรือ กรอบ ที่คอยควบคุมไม่ให้เราออกนอกลู่นอกทาง "จนเกินไป" ซึ่งกรอบเหล่านี้ก็ไม่ได้เล็กจนถึงขั้นว่า ตีเราจนกลายเป็นหุ่นกระป๋องที่ออกมาเหมือนกันทุกตัว

ยังมีที่พอให้เราเป็นตัวของตัวเองได้อยู่นะ

ปัญหาคือ บางครั้ง คนเราก็หลงลืมเรื่องพวกนี้ไป โดยเฉพาะข้อที่ว่า ใครจะเป็นยังไงก็เรื่องของเค้า ไม่ต้องไปตัดสินเค้าหรอกน่า (ตัวเองดีพอแล้วเหรอว้า) เค้าจึงอยากจะสนับสนุน ให้น้ำแข็งใส เป็นตัวของตัวเอง ไปเถอะคะ ไม่ต้องไปสนใจคนอื่นๆหรอก

เพชรอยู่ไหน ก็เป็นเพชรแหละเนอะ ขอแค่มีแสงส่องมากระทบ เด๋วก็รู้เอง...

เค้าว่า สำหรับน้ำแข็งใส การเติบโตเป็นผู้ใหญ่นั้นไม่ยากหรอกคะ เพราะเท่าทีสัมผัส นู๋ก็เป็นผู้ใหญ่แล้วนะ ถ้ามองในมุมที่ว่า ผู้ใหญ่คือคนที่รู้จักหน้าที ความรับผิดชอบของตัวเอง สามารถปฏิบัติงานได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เค้าว่า นู๋เป็นคนแก่เลยละ 5555 (ก็เล่นทำเกรดซะขนาดนั้นอะนะ ส้มเด็กไปเลย หุหุ)

เราเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างจิงอย่างที่พ่อนู๋บอกแหละคะ เพราะฉะนั้น เวลาเราทุกข์หรือสุข เบื่อหรือตื่นเต้น ชอบหรือไม่ชอบ มันก็เกิดบนตัวเรานี่แหละคะ

เพราะฉะนั้น เราสามารถสลัดมันหลุดได้นะ ถ้าเราไม่ชอบมัน... เค้าว่า สิ่งสำคัญคือ การระวังสภาวะจิตใจตนเองมากกว่าเรื่องปัจจัยภายนอกนะคะ เพราะเราควบคุมจิตใจตัวเองง่ายกว่าปัจจัยภายนอก เพราะฉะนั้น ถ้าเริ่มเห็นเค้าลางของความเซ็ง ให้รีบสะบัดให้หลุดเลยนะคะ อย่าปล่อยให้ตัวเอง Down นานเกินไป

ก็นู๋ยังมี "คนไข้" ที่ฝากความหวังในการมีชีวิตที่ดีขึ้น ไว้กะนู๋อยู่นี่นา...  

หวังว่า พรุ่งนี้ นู๋จะเป็น "คุณหมอน้ำแข็งใส" ที่ชัดเจนขึ้นกว่าเดิมอีกนะคะ (^.')

เชื่อมั่นใน น้ำแข็งใส เสมอ

ระเบิดนิวเคลียร์...

ธรรมดา !!

posted on 24 Dec 2008 18:22 by billbobomby

เค้าเอง...น้ำแข็งใส ^^

 

ว่าด้วยเรื่องของความ "ธรรมดา"

วันนี้ก้อเป็นข้อถกเถียงกันมากค่ะในชม.อิติกส์ นั่นคือ ความธรรมดาและไม่ธรรมดา

ซึ่งเค้าคิดว่าความธรรมดาหรือไม่ธรรมดานั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่ใน รูป รส กลิ่น สี เลย

มันก้อคือบรรทัดฐานหรือมันก้อแค่ความพอใจของคนแต่ละคน

เท่านั้นเอง

ไม่มีหรอก ที่คัยจะเติบโตมาอย่างธรรมดามากหรือธรรมดาน้อย

ทุกคน ทุกชีวิตมีความพิเศษอยู่ในตัวทั้งนั้น

แค่ได้เกิดมาเป็นคนมันก้อพิเศษเกินกว่าจะธรรมดาแล้วล่ะ

แต่นั่นมันก้อแค่ความคิดของเค้า

^^

 เคยคิดมั้ยค่ะ

ว่าบางครั้งการเติบโตเป็นผู้ใหญ่นี่มันช่างยากจิง ๆ

แต่เรื่องยาก ๆก้อจะนำเราไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่

แต่ตอนนี้เค้าไม่อยากเป็นผู้ใหญ่แล้ว

มันเบื่อ ขี้เกียจ ซะแล้ว

ฮ่า ๆๆๆ

พ่อเค้าบอกว่า ถ้าเราเบื่อที่จะทำอะไรซักอย่างนึง

แสดงว่า เรายังไม่เข้าใจและเอาใจใส่มันดีพอ

ไม่ให้เหตุผลกะตัวเอง เอาอารมณ์เป็นใหญ่

มองข้ามความสำคัญของสิ่งที่เราจะทำ

พ่อเค้าบอกว่า

ถ้าเค้าเหนื่อย หรือ เบื่อในการเรียน

ในนึกถึงวันแรกที่เค้าอยากจะเรียนว่าเค้ามีความรู้สึกยังไง

สุขที่ได้เรียนไม่ใช่เหรอ แล้วการเรียนมันผิดอะไร ที่เราต้องโทดมัน

ตัวเองต่างหากที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

ไม่ใช่การเรียน

 

ตอนนี้เค้าโดนกดดันจากเพื่อน ๆ อาจารย์ ในหลาย ๆเรื่อง

ทุกคนคาดหวังเค้ามากเกินไป

ซึ่งคนที่รู้จักเค้าดีจะรู้ว่าที่จิงแล้ว

มันไม่ใช่เค้าเลย

เค้าไม่อยากให้คนอื่นมากดดัน มาทำลายความเชื่อมั่นของเค้า

เค้าคิดว่า เค้าเป็นแบบเค้าเนี่ยละ ดีที่สุดแล้ว

เป็นเค้าผู้ซึ่งไม่เคยทุกข์กับการเรียน สนุกสนาน กิน หลับ สบาย

เห็นด้วยมั้ย ระเบิดนิวเคลียร์

แต่การที่เค้าเป็นตัวของตัวเองมากเกินไป

กับกลายเป็นทุกคนมองว่า เค้ากะลังเดินผิดทาง

เค้าสับสน

ว่า...เห้ย  ขนาดนั้นเลยเหรอ

เค้าอาจจะหลับในชม.เรียน ก้อไม่ได้หมายความว่าเค้าไม่เรียน

เค้าอาจจะคุย โม้กะเพื่อน ก้อไม่ได้หมายความว่าเค้าไม่รู้เรื่อง

เค้าอาจจะเกเร ส่งงานช้าไปบ้าง แต่ก้อไม่ได้หมายความว่าเค้าไม่รับผิดชอบ

เค้าอาจจะไม่เคยมานั่งอ่านหนังสือกับเพื่อน ก้อไม่ได้หมายความว่าเค้า ไม่อ่านหนังสือ

เค้าอาจจะติดพอกเกตบุค เล่นเกมส์ ดูซี่รี่ย์ ก้อไม่ได้หมายความว่าเค้าจะเสียกานเรียน

เค้าอาจจะไม่ได้ช่วยงานอาจารย์ ก้อไม่ได้หมายความว่าเค้าไม่มีน้ำใจ

เค้าอาจไม่ได้ร่วมกิจกรรมสวย ๆงาม ๆทางคณะหรือมหาลัยก้อไม่ได้หมายความว่าเค้าหยิ่ง

เค้าขับรถมาเรียนก้อไม่ได้หมายความว่าเค้านั่งรถเมล์ไม่เป็น

เค้าไม่เข้าใจ

ว่าสังคมไทย ณ ทุกวันนี้ปรุงแต่งให้เยาวชนคิดอะไร

นี่แค่สังคมของแพทย์ ผู้ที่สังคมไทยให้รับการยอมรับว่า

เป็นปัญญาชนชั้นสูง

ยังคิดได้แค่นี้ แล้วอย่างนี้ อนาคตของสังคมจะเป็นยังไง

ความเสียสละ ? จะเกิดในตัวคนพวกนี้เหรอ ?

 

แต่เค้าก้อยังเป็นเค้าอยู่อย่างนี้

ไม่เปลี่ยนเพื่อใคร หรือ ให้ใครมาเปลี่ยน

เพราะ เค้าเกิดมาเพื่อเป็น "หมอ"

"หมอ" ที่อย่างน้อยคนไข้ สามารถไว้ใจและฝากชีวิตไว้ได้

 

เครียด ๆๆ ไปหน่อยมั้ยเนี่ย

ขอระบายหน่อยเห๊อะ

^^

Ps.คะแนนออกแล้วนะที่สอบคราวก่อนได้ 8/10 555+ โดนเขม่นเลย

 

น้ำแข็งใส....

 

 

 

ฝัน บ้า อาเมซิ่ง

posted on 16 Dec 2008 23:22 by billbobomby

น้ำแข็งใส...

บางทีที่อาจารย์เรียกนู๋คนเดียว เพราะนู๋อาจจะตอบได้คนเดียวกระมัง

ส้มอาจจะกำลังนั่งหงุดหงิดอยู่ที่บ้านก็ได้นะคะ ที่ไม่มีโอกาสแสดงฝีมือ 555 น้ำแข็งใสถ้วยนี้ มีไรใหม่ๆตลอดเลยนะ...

วันนี้มีเรื่องมากมายเล่าให้ฟังเลยละ เริ่มด้วย ความ "Amazing" โดนๆ ของน้ำแข็งใสอีกแล้วละ

เมื่อวานไปตัดผม แล้วก็เป็นธรรมเนียมที่ตัดผม ต้องหาไรอ่าน ก็เลยอ่าน "เราสูญเสียมันไปตอนไหน"

ความ Amazing ของนู๋คือ

๑ ต้องใช้สมาธิอ่านเยอะอย่างที่นู๋บอกจิงๆด้วย เค้าต้องอ่านซ้ำไปมาหลายรอบมาก จึงจะได้อรรถรสในการอ่าน

๒ นู๋บอก อ่านตั้งนานแล้ว แถมนู๋อ่านหนังสือเยอะมาก นู๋จำได้ไง ว่าเล่มนี้ต้องอ่านแบบนี้ โอว์ คิดแล้วขนลุก เปิดร้านหนังสือ + ร้านกาแฟกันดีก่า 555

ขนาดเราไม่ได้คุยกัน นู๋ยังทิ้งความ Amazing มาให้เค้าเลย...You are so special indeed !! Thank God I found you...

เมื่อคืน เค้า ฝันร้าย แบบบ้าๆบอๆละ อาจเป็นเพราะฤทธิ์เบียร์ด้วยนิดหน่อย ปกติเค้าจำความฝนไม่ค่อยได้หรอก แต่ครั้งนี้ สุดๆไปเลย สุข เศร้า เคล้าน้ำตา หลอน ตื่นเต้น ภายในฝันครั้งเดียวเอง นู๋ลองอ่านดูนะคะ

เมื่อคืนผมฝันร้าย...

ไม่ใช่แค่ฝันร้ายธรรมดา ที่ตื่นมา ก็โล่งใจ

แต่เป็นฝันร้าย ที่น่าจดจำจริงๆ !!! เริ่มเลยนะครับ...

ฉากที่ 1 

ผมกำลังจะเดินทางไปที่ใดซักแห่งในโลกที่ไม่ใช่ประเทศไทย เนื่องจากสัมภาระในฝันของผมเต็มไปด้วย อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการเดินทางไปที่หนาวๆ

ไม่ใช่หนาวธรรมดาแบบเชียงใหม่นะเจ้า...หนาวแบบขั้วโลกอะครับ !!!

 ที่จำได้ติดตาคือกระเป๋าเดินทางประจำที่ไปไหนมาไหนกะผมเสมอๆ  แต่จริงๆแล้วไปขั้วโลกไม่ได้หรอกนะ เพราะเป็นกระเป๋าผ้าอะครับ ของเปียกหมด..(อะน่า ฝันๆ) ต่อด้วย เป้พร้อม Notebook (เอาไปขั้วโลกทำไมเนี่ย ??)แล้วก็เสื้อกันหนาวหนาๆ...

ฉากที่ 2

ผมมาโผล่ที่ใดซักแห่ง ซึ่งมันหนาวมาก เพราะมีแต่น้ำแข็ง ผมมาพร้อมด้วยคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งผมไม่รู้จักซักคน คิดว่าคงเป็น Group Tour นั่นแหละครับ มีทั้งคนไทย จีน ฝรั่ง(ล่ำๆ) แขก โดยเหมือน Trip Advanture อะครับ ไม่มีโรงแรม ไม่มีอะไรเลย มีแต่น้ำแข็ง (ให้ตายสิ มาทำไมวะ) ลักษณะพื้นที่ที่พวกผมอยู่กัน เป็นเนินเล็กๆใต้ซอกหิน ข้างหน้าเป็นทางลาดลงไป สู๋ลำธารสายเล็กๆ ต่อจากลำธารไปข้างหน้า ก็เป็นเนินอีกลูก ไม่สูงมาก

ฉากที่ 3

อยู่ๆกันไป ไม่รู็กี่วันแล้วอะครับ ไม่รู้อยู่อย่างไร กินอะไร ทำอะไรบ้าง รู้แต่เริ่มรู้จักคนที่มาด้วยกันบ้างแล้วละ มีเรียกชื่อ มีแซวกันละ พูดไทยด้วย แล้วจู่ๆก็มีเหตุการณ์ขึ้น เหมือนใครซักคนประสบอุบัติเหตุ ซึ่งต้องการกลับไปหาหมอทันที แต่ว่าพวกเราบางคนยังไม่อยากกลับ เลยบ่นๆกัน โทษกันไปมา ผมเองก็อยากกลับแล้วละ เพราะเห็นเพื่อนบาดเจ็บ เราก็เลยตัดสินใจกันว่า จะกลับแล้ว เด๋วให้ Tour ส่งคน ส่งรถ ส่งเรือ มารับทันที 

ฉากที่ 4

ผมกำลังเก็บข้าวของใส่กระเป๋า ทุกอย่างอยู่เหมือนเดิม แล้วก็มีใครซักคนเรียกรวมกลุ่ม เพื่อฟังวิธีการเดินทางกลับ ซึ้งเค้าบอกว่า ให้ดำน้ำผ่านใต้ลำธาร เพื่อไปโผล่อีกฝั่งหนึ่ง !!!

 บ้ารึเปล่าเนี่ย หนาวขนาดนั้น จะให้ดำน้ำไปยังไง  แล้วดำไปไกลขนาดไหนก็ไม่รู้ จะตายรึเปล่าเนี่ย โอยๆๆ ผม Panic มากๆ ทั้งที่จิงผมก็ขาลุย พอสมควร โดยเฉพาะอะไรใหม่ๆ เร้าใจๆ เนี่ย ต้องลอง แต่ครั้งนี้เหมือนจะเกินไป แล้วสัมภาระผมอีกหละ ใครจะเอาไป แถมยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งไม่ยอมไปด้วย (แล้วพวกคุณจะกลับยังไงเนี่ย) โอว์ วุ่นวายไปหมด อีกซักพักจะออกเดินทางแล้ว...

ฉากที่ 5

ผมเป็นห่วง Notebook ผมมากเลย ถ้าเอาไปก็พังแน่ ถ้าไม่เอาไปก็ทำใจไม่ได้เพราะมีข้อมูลสำคัญๆอยู่ แถมรู้สึกผิดที่เอามันมา แล้วก็ทิ้งให้มันหนาวอยู่ตรงนั้นตลอดไป ทำใจไม่ได้ครับ ผมเลยไปคุยกะคน 4 คนที่ไม่ยอมดำน้ำกลับไปกะคนอื่นๆ  ว่าเผื่อเค้ามีทางกลับที่ดีกว่านั้น ผมเลยจะฝากให้เค้าช่วยเอา Notebook ผมกลับไปด้วยได้มั้ย เพราะผมรัก Notebook เครื่องนี้มาก ทำใจทิ้งไว้หรือให้พังไม่ได้ เค้าก็ยินดีรับฝาก ผมก็ดีใจมาก รีบวิ่งไปที่เก็บสัมภาระของผม เพื่อเอา Notebook มาฝาก...

ฉากที่ 6

เฮ้ย...ของผมหายไปไหนเนี่ย...

แล้วพวกคุณเป็นใครกัน ทำไมมานั่งหน้าสลอนกันให้ควัก กระเป๋าเต็มไปหมดเลยครับ ผมก็รีบๆๆๆ หาของๆผม แล้วจู่ๆ คนพวกนี้ หน้าตาจีนๆ มานั่งกันเต็มไปหมด มาจากไหนกัน ผมไม่รู้ แต่ผมหาของๆผมไม่เจอ แล้วก็กำลังจะออกเดินทางแล้วด้วย ผม Panic อีกรอบ แล้วก็เริ่มหงุดหงิดตามสไตล์ เวลาหาของไม่เจอเนี่ย จนแล้วจนเล่าก็หาสัมภาระของผมไม่เจอ...

แล้วข่าวเศร้าก็มาเยือน เมื่อคนบาดเจ็บคนนั้นเสียชีวิตลงแล้ว ผมจึงเริ่มสงบลง และเสียใจมากที่เราไม่สามารถพาเค้ากลับไปหาหมอได้ทัน (แต่แค่นึกวิธีกลับ ก็คงไม่รอดเหมือนกันแหละ) ทุกคนเริ่มเศร้า ในขณะที่บางคนไม่ยี่หระ (พวกฝรั่งน่ะ) กะการตายของเพื่อนร่วทริป...

ฉากที่ 7

อยู่ๆ ก็มีอีกคนประสบอุบัติเหตุในลำธารนั้นอีกแล้ว !!! กำลังจะกลับอยู่แล้ว ดันมาเจ็บอีก พวกเราทุกคนก็แตกตื่น รีบเข้าไปดูอาการกัน หนักเอาการครับ เพราะไม่รู้สึกตัวเลย เป็นฝรั่งคนนึง หน้าตานิสัยดี แต่ฝรั่งอีกคนที่นิสัยไม่ดีมันก็บ่นๆ โทษคนอื่นว่าทำให้เพือนมันเจ็บ ผมก็เลยว่ามันไป ว่าให้หยุดโทษคนอื่น แล้วก็มาหาทางแก้ปัญหาดีกว่า (รำคาญ) ...

ฉากที่ 8

ผมโผล่มาที่ สถานีรถไฟใต้ดินซักแห่ง กำลังเดินเบียดเสียดกะผู้คน ไปยังที่หนึ่ง ผมก็ไม่รู้ว่าจะไปไหน แล้วมาที่นี่ได้ยังไง รู้แต่ตัวเปียก แต่ไม่หนาว ก็เดินๆไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปเจอเพื่อนร่วมทริปคนอื่นๆ ตรงสุดทาง ปมดีใจมาก เข้าไปกอดกะทุกคน แล้วก็ถามถึงคนอื่นๆ ว่าครบมั้ย ก็ได้รับข่าวร้ายว่าคนที่บาดเจ็บคนที่ 2 ไม่รอด แล้วอีกคนนึงที่ดำน้ำมาก็ไม่รอด ศพไปโผล่ที่แม่น้ำไนล์ !!! (ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าดำน้ำมาโผล่ที่นี่ แล้วไอ้คนที่ตายคนที่ 3 มันไปโผล่แม่น้ำไนล์ได้ยังไงวะเนี่ย...)

ยังไม่จบครับ ทุกคนยังต้องดำน้ำอีกครั้ง เพื่อขึ้นไปยังแผ่นดินข้างบน ผมโวยวายอีกแล้ว เพราะมันดูไกลมาก น้ำดำไปหมดเลย มองไม่เห็นอะไร แต่ครั้งนี้ดีหน่อย เค้ามีถัง Oxygen ให้ด้วย ผมก็โล่งใจหน่อย คิดว่าคงรอดแน่งานนี้ (แล้วก็จะไม่มาทริป บ้าๆ แบบนี้อีกแล้วด้วย)

ฉากที่ 9

ผมกลับมาถึง กทม แล้ว ตอนนั้นเป็นเวลากลางคืน เป็นถนนมืดๆ สองข้างทางเป็นต้นไม้ แล้วก็พอมีคนเดินไปมาอยู่บ้าง เป็นผู้หญิง วัยรุ่นๆกัน แต่งตัวดีๆหน่อย เหมือนไปเที่ยวกลางคืนมา ผมก็เดินไปเรื่อยๆกะว่าจะหา Taxi เพื่อกลับบ้าน แต่ก็รอนานมากๆ เพราะ Taxi ไม่จอดเลย จนแล้วจนเล่าก็ได้ Taxi แล้วก็กลับบ้าน...

ตื่นพอดีครับ...

ตื่นแล้วยังฟุบหลับไปอีกพักนึง ก็ไปฝันบ้าๆอีก แต่เป็นเรื่อง ผมขับรถหนีการตามล่า เหมือน James Bond ยังไงยังงั้น แต่ไม่มีความเกี่ยวข้องกะเรื่องที่เล่ามา...

ไม่น่าเชื่อว่า ผมจะฝันเป็นบ้าเป็นบอ เป็นตุเป็นตะ ขนาดนี้...

เฮ้อ..ฝันแบบนี้ ตื่นมาเหนื่อยเลย 

คิดว่าไงคะ คงแปลกใจฝช่มั้ย ทำไมเค้าจำรายละเอียดได้มากขนาดนี้ เค้าตื่นมา เค้าก็นั่งทบทวนทุกอย่างในฝัน เพราะมัน เพี้ยนจิงๆเลย...

เพี้ยนเหมือนคนฝันกระมัง...

Miss u as usual

Nuke

edit @ 16 Dec 2008 23:42:48 by น้ำแข็งใสใส่ระเบิดนิวเคลียร์

ว่าด้วยเรื่องของ"หัวใจ"

posted on 16 Dec 2008 14:28 by billbobomby

เค้าเอง...น้ำแข็งใส ^^

 

วันนี้ตื่นสาย เข้าเลทไป สิบห้านาทีเน่ะ

รีบวิ่ง ๆๆ เหนื่อยแทบแย่ T^T

แถมเปนอาจารย์ที่มหาโหดซะด้วย

แต่ก้อต้องเรียน แอบหวังเหมือนกาน ว่าวันนี้แกคงจะใจดี

แต่...ความหวังก้อไม่ช่วยอารายเค้าเลย

โดนเรียกไปยืนหน้าห้องแระอธิบาย

เรื่อง "หลักการทำงานของ "หัวใจ" อ่ะ

เอ๋อ กานไปเลย

ในนาทีนั้นเนี่ย ว่างเปล่า มาก ๆ

แถม เพื่อน ๆก้อมองดูด้วยความรู้สึกที่กดดัน

คงมีแต่ส้มคนเดียวละมั้ง ที่คงแอบเย้ยเค้านิด ๆ

 ฮ่า ๆๆ ทีคัยทีมันเน๊อะ

 ก้ออธิบายไปเรื่อย ๆ บลา ๆๆๆๆ ไป

จารย์ก้อพูดแค่ว่า "ดี" เหอ ๆ

ปล่อยนู๋ไปเห๊อะ จาไม่สายแล้ว

 แต่ความโชคร้ายยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น มันมาหาเค้าแล้ว เกาะหนึบเลย

จารย์ก้อเรียกตอบทั้งคาบเลย โอ้ว..แม่เจ้า

อย่างเซงเลย แอบเคืองมาก กินขนม โม้กะเพื่อนก้อไม่ได้

- -"

 

วันนี้ก้อไม่มีอารายค่ะ

เรียนเรื่อง ความผิดปกติของหัวใจ

ก้อว่ากานไป เรื่องของ "หัวใจ"

สุดท้าย รักนั้นคือ อาราย ฮ่า ๆๆ เกี่ยวกานม่ะเนี่ย

ตอนนี้กะลังเรียนเรื่อง congestive heart failure ค่า

ง่าย คือ หัวใจ Y นั่นเอง

รายละเอียดก้อ บลา บลา ๆ ค่ะ

ฮ่า ๆๆๆ

 

ใกล้จาสอบแล้ว

เง้อ - -"

ต้องเริ่มหาสาระให้ตัวเองแล้ว

เลิกงดพอกเกต บุค นิยาย เล่นเกมส์ ดิสคอฟเวอรี่ กินหนมกะงีบในห้องด้วย

ต้องอ่านหนังสือได้แระ

 สู้ ๆๆ กัมบัตเตะ !!!~~

เอ...หรือว่าให้ส้มครองแชมป์ดีเนี่ย

หุหุ

 

 

สงสารเคนโด้จังเลย T^T

ไม่ต้องกังวลหรือเสียใจหรอกค่ะ

เพราะ ป่านนี้ เคนโด้คงได้วิ่งเล่นเต็มที่แน่

แฮปปี้ ลัล ล้า~

 

น้ำแข็งใส....